พี่แอ็ด คารบาว

posted on 03 Sep 2011 17:14 by what16308
                                    ยืนยง โอภากุล
 
                                  ไฟล์:Yuenyong Opakul.jpg
 
ประวัติ
 
            ยืนยง โอภากุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ แอ๊ด คาราบาว เป็นศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชาวไทย
เกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2497 ที่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน
เป็นบุตรชายฝาแฝดคนสุดท้องของ มนัส โอภากุล แซ่โอ และ จงจิน แซ่ตั้ง  
 
 
                    
 
 ประวัติตอนต้น
  
                ยืนยง โอภากุล เริ่มเข้ารับการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัยจังหวัดสุพรรณบุรี และเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครเพื่อศึกษาต่อเหมือนเด็กต่างจังหวัดทั่วไป โดยเข้าเรียนใน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย (โรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย) และต่อในระดับปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว ประเทศฟิลิปปินส์เป็นเวลา 1 ปี ที่ฟิลิปปินส์ยืนยงได้พบกับเพื่อนคนไทยที่ไปเรียนหนังสือที่นั้น คือ สานิตย์ ลิ่มศิลา หรือ ไข่ และ กีรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร หรือ เขียว ซึ่งยืนยงได้มีโอกาสฟังเพลงของ เลด เซพเพลิน ,จอห์น เดนเวอร์ ,ดิ อีเกิ้ลส์ และปีเตอร์ แฟลมตัน จากแผ่นเสียงที่ ไข่ สานิตย์ ลิ่มศิลา สะสมไว้เป็นจำนวนมาก ต่อมา ทั้ง 3 จึงร่วมกันตั้งวงดนตรีขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า "คาราบาว" เพื่อใช้ในการแสดงบนเวทีในงานของมหาวิทยาลัย โดยเล่นดนตรีแนวโฟล์ค  เมื่อยืนยงสำเร็จการศึกษาและกลับมาเมืองไทย ได้ทำงานประจำเป็นสถาปนิกในสำนักงานเอกชนแห่งหนึ่ง และมีงานส่วนตัวคือรับออกแบบบ้านและโรงงาน ต่อมาเมื่อไข่และเขียวกลับมาจากฟิลิปปินส์ ทั้ง 3 ได้เล่นดนตรีร่วมกันอีกครั้งโดยเล่นในห้องอาหารที่โรงแรมวินเซอร์ สุขุมวิท 20 และต่อมาย้ายไปเล่นที่โรงแรมแมนดาลิน สามย่าน โดยขึ้นเล่นในวันศุกร์และเสาร์ แต่ทางวงถูกไล่ออกเพราะยืนยงขาดงานหลายวันโดยไม่บอกกล่าว  เมื่อวงถูกไล่ออก ไข่ จึงได้แยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ทางภาคใต้ แอ๊ดและเขียวยังคงเล่นดนตรีต่อไป โดยเล่นร่วมกับวง โฮป ต่อมาปี พ.ศ. 2523 แอ๊ดได้ทำงานเป็นสถาปนิก ประจำสำนักงานบริหารโครงการ ของการเคหะแห่งชาติ ส่วนเขียวทำงานเป็นวิศวกร ประเมินราคาเครื่องจักรโรงงานอยู่กับบริษัทของฟิลิปปินส์ที่มาเปิดสาขาในประเทศไทย และทั้งคู่จะเล่นดนตรีในตอนกลางคืน โดยเล่นประจำที่ดิกเก็นผับ ในโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท     
   
 
 
มีชื่อเสียง
           จุดเปลี่ยนของชีวิตยืนยง โอภากุล อยู่ที่การรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อัลบั้มชุดแรกให้กับวงแฮมเมอร์ ในปี พ.ศ. 2522 ในชุด บินหลา โดยแอ๊ดยังเป็นผู้ออกแบบปกอัลบั้มด้วย ซึ่งอัลบั้มชุดนี้ทำให้แฮมเมอร์เป็นที่รู้จักในวงการเพลง และปี พ.ศ. 2523 แอ๊ดยังได้แต่งเพลง ถึกควายทุย ให้แฮมเมอร์บันทึกเสียงในอัลบั้ม ปักษ์ใต้บ้านเรา อัลบั้มชุดดังกล่าวทำให้แฮมเมอร์โด่งดังอย่างมาก หลังจากนั้นจึงได้ร่วมกับวงแฮมเมอร์ออกอัลบั้มเพลงขึ้นมาในชื่อ คณะชานเมือง โดยเป็นดนตรีแนวโฟล์คลูกทุ่ง และได้ร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ของพนม นพพรเรื่องหมามุ่ย ในปี พ.ศ.2524หลังจากนั้นตัวของแอ๊ด ยืนยงก็มีความคิดที่ว่าหากจะออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง คงจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน จึงร่วมกับเขียว ออกอัลบั้มชุดแรกของวงคาราบาวในชื่อชุด "ขี้เมา"
           ในปี พ.ศ. 2524 สังกัดพีค๊อก สเตอริโอ ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ในระหว่างนั้นวงคาราบาวในยุคแรกก็ได้ออกทัวร์เล่นคอนเสิร์ตตามโรงภาพยนตร์ต่างๆทั่วประเทศ แต่ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร บางครั้งมีคนดูไม่ถึง 10 คนก็มี แอ๊ด คาราบาว เข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดสุวรรณภูมิ ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับไพรัช เพิ่มฉลาด มือเบส ก่อนจะออกเทปชุด เมด อิน ไทยแลนด์ โดยไม่ได้อยู่กุฎิ เพราะกุฎิเต็ม จึงได้อยู่ในโบสถ์ ตลอดที่บวชพระ 7 วันคาราบาว มาประสบความสำเร็จในอัลบั้มชุดที่ 5 ของวง คือ ชุด "เมด อิน ไทยแลนด์" ที่ออกในปลายปี 2527 ซึ่งมียอดจำหน่ายสูงถึง 5 ล้านตลับ
            นับตั้งแต่นั้น ชื่อของ แอ๊ด คาราบาว ก็เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทย และออกผลงานเพลงร่วมกับวงคาราบาวมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้แสดงคอนเสิร์ตที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย  โดย ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าวง เป็นผู้มีบุคคลิกเป็นตัวของตัวเองสูง กล้าพูดกล้าวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราวต่าง ๆ ในสังคมอย่างแรงและตรงไปตรงมา โดยสะท้อนออกมาในผลงานเพลง ที่เจ้าตัวจะเป็นผู้เขียนและร้องเองเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีออกมามากมายทั้งอัลบั้มในนามของวงและอัลบั้มเดี่ยวของตนเอง จนถึงวันนี้ไม่ต่ำกว่า 900 เพลง รวมถึงการแสดงออกในทางอื่น ๆ ด้วย ซึ่งก็มีทั้งผู้ที่ชอบและไม่ชอบ โดยผู้ที่ไม่ชอบคิดเห็นว่า เป็นการแสดงออกที่ก้าวร้าว รวมถึงตั้งข้อสังเกตด้วยถึงเรื่องการกระทำของตัวยืนยงเอง 
 
ชีวิตส่วนตัว
              ชีวิตส่วนตัว ยืนยง โอภากุล มีชื่อเป็นภาษาจีนกลางว่า "หูฉุนฉาง" แปลว่า "เกิดบนดิน" ชอบเลี้ยงไก่ชนซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่ชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก ๆ และมีฟาร์มไก่ชนเป็นของตัวเอง รวมถึงยังดำรงตำแหน่งนายกสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย นอกจากคาราบาวแดงแล้ว ยังมีกิจการทางดนตรีอีก คือ มีห้องอัดเสียงที่บ้านของตัวเอง ชื่อ เซ็นเตอร์ สเตจ สตูดิโอ(มองโกล สตูดิโอ) ซึ่งเป็นสตูดิโอระดับชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งของเมืองไทย และมีบริษัทเพลงชื่อ มองโกล เรคคอร์ด สมรสกับนางลินจง โอภากุล หญิงชาวบุรีรัมย์ มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นหญิง 2 คน คือ ณิชา (เซน) และ ณัชชา (ซิน) โอภากุล และชาย 1 คน คือ วรมันต์ โอภากุล (โซโล)
 
                    
 ลูกชายแอ็ดคาราบาว
 
ผลงาน
 
Firstadd27-24.jpg  Ad02.jpg               คนไทยหรือเปล่า.jpg    อัลบั้มโอท็อป.jpgAdsoloalbum2006.jpg  แมงฟอร์ซวัน.jpg
 
11967 002.jpgทุ่งฝันตะวันรน.jpg
 ยืนยงตั้งวงเล่า.jpg
 
ผลงานละคร
  • เขี้ยวเสือไฟ
  • ส่วย
  • ลูกผู้ชายหัวใจเพชร
  • มหาราชกู้แผ่นดิน
  • เพื่อนรักเพื่อนร้า

 

 

 

edit @ 3 Sep 2011 19:08:59 by Gott

1. มัลติมิเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
 
 ตอบ มัลติมิเดีย คือ  มัลติมีเดีย คือ การนำองค์ประกอบของสื่อชนิดต่าง ๆ มาผสมผสานรวมกัน ซึ่งประกอบด้วย ตัวอักษร ( Text ) ภาพนิ่ง ( Image ) ภาพเคลื่อนไหว ( Animation ) เสียง (Sound ) และวีดีโอ ( Video ) โดยผ่านกระบวนการทางระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสื่อความหมายกับผู้ใช้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ ( Interactive Multimedia ) และได้บรรลุตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูล คือ จะช่วยให้ผู้รับชมสามารถเข้าใจ ในสิ่งที่เรานำเสนอได้ง่ายมาก ขึ้นเพราะมีรู้แบบต่างๆ ในการนำเสนอ เช่น วิดีโอ จะทำให้ผู้รับชมเห็นทั้งภาพและเสียง ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจมากขึ้น
 
 2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสั่งพิมพ์อย่างไร
 
ตอบ  การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์สามารถนำเสนอได้ทุกที ทุกเวลา ถ้ามีคอมพิวเตอร์ที่มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึง และยังสามารถ นำเสนอข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวหนังสือ เสียง วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหวทำให้ผู้รับชมเข้าใจในข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น แต่เอกสารสั่งพิมพ์ ผู้รับชมสามารถจะดูข้อมูลได้แค่ รูปภาพและตัวอักษรยากแก่การเข้าใจ
 
3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลรูปแบบใดได้บ้าง
 
ตอบ สามารถนำเสนอข้อมูลได้ในรูป ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว ภาพนิ่ง กราฟ แผนภูมิ ตาราง  เสียง โดยสามารถใช้เสนอบนโพรเจคเตอร์ได้
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
 
ตอบ การสร้างการเชื่อมโยงภายใน คือ การสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่น ๆ หรือไปยังภาพนิ่งอื่น ๆ ในไฟล์เดียวกัน แต่ การสร้างการเชื่อมโยงภายนอก เป็น การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆ นอกจากไฟล์งานที่นำเสนอ
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมในการนำเสนอข้อมูลได้บ้าง
 
ตอบ  เทคโนโลยีอื่นๆที่นำเสนอข้อมูลได้ คือ โทรทัศน์ สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว และเสียง วิทยุ สามารถนำเสนอข้อมูลในรูป เสียง โทรศัพท์ ก็สามารถนำเสนอข้อมูลในรูป เสียง รูปภาพ ตัวอักษร และภาพเคลื่อนไหวได้ เป็นต้น
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
 

ตอบ เอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะว่า การทำเอกสารสิ่งพิมพ์นั้นทำได้ง่ายมากผ่านทางโปรแกรมต่างๆ เช่น Microsoft Word เพียงแค่พิมพ์ข้อมูลตัวอักษรลงไป หรือ ใส่รูปภาพ ภาพนิ่งลงไป แล้วปริ้นออกมาเป็นเอกสารก็สามารถนำเสนอผู้รับชมได้แล้ว  แต่ว่ารูปแบบมัลติมิเดีย และเว็บไซด์ สามารถทำได้ยากกว่าเพราะต้องใช้โปรแกรมที่ซับซ้อนในการทำ

 7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโปรแกรมแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร
 
ตอบ    สามารถทำได้โดยการคลิกขวาบนพื้นที่ว่าง แล้วเลือกออกแบบภาพนิ่งจากนั้นเลือกใช้แม่แบบการออกแบบที่แถบเครื่องมือ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความ หรือกำหนดวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPointสามารถตั้งค่าได้ที่ใด
 
ตอบ คลิกเลือกกล่องข้อความหรือวัตถุนั้น ๆ แล้วคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือจะเปลี่ยนเป็นการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเองให้เลือกคลิกที่เพิ่มลักษณะพิเศษ ตั้งค่าความเคลื่อนไหวที่ต้องการทดลองแสดงการเคลื่อนไหวด้วยการคลิกไอคอนเล่น 
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ ที่ใช้สำหรับ นำเสนอข้อมูลตัวหนังสือ หรืออักษรมาอย่างน้อย3โปรแกรม
 

ตอบ    1. Microsoft PowerPoint

            2. Microsoft Word

            3. Adobe PageMaker

            4. Microsoft Publisher

            5. Macromedia Dreamweaver

 10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอได้หรือไม่อย่างไร
 

ตอบ ได้ Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปอื่นๆได้ เช่น กราฟ แผนภูมิ  รูปภาพ ภาพนิ่ง ภาพเครื่องไหว เป็นต้น

 
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่อย่างไร
 

ตอบ ไม่จำเป็น เพราะว่า Microsoft PowerPoint เป็นการบันทึกข้อมูลลงเป็นแผ่นสไลด์ และสามารถนำเสนอข้อมูลผ่าน โพรเจคเตอร์ หรือจอทีวีได้ดั้งนั้นเครื่องพิมพ์จึงไม่จำเป็น

12.Microsoft PowerPoint สามารถ แทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ ได้  1. การแทรกรูปภาพ สามารถทำได้โดยการ คลิกแทรกที่แถบเมนู เลือกรูปภาพ แล้วเลือกจากแฟ้ม จะปรากฏหน้าต่างแทรกรูปภาพ เลือกพื้นที่ที่บันทึกรูปภาพนั้น คลิกรูปภาพที่ต้องการ แล้วคลิกแทรก

               2. การแทรกภาพยนตร์และเสียง มีวิธีการเดียวกับการแทรกรูปภาพ โดยคลิกที่เมนูแต่เลือกภาพยนตร์และเสียง แล้วจึงเลือกภาพยนตร์จากแฟ้มหรือเสียงจากแฟ้ม
 
13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร
 

ตอบ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผังและ กราฟ  เหมือนเป็นการนำข้อมูลมาสรุปให้อยู่ในรูปแผนภาพทำให้ผู้รับชมสามารถเข้าใจได้ง่ายกว่าแบบข้อมูลตัวอักษรเพราะอ่านยาก

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้มีข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
 
ตอบ     ฮาร์ดแวร์ : projector monitor , ลำโพง , ไมค์ , คอมพิวเตอร์ , เมาส์ , คีย์บอร์ด และส่วนประกอบต่างๆของคอมพิวเตอร์

            ซอฟต์แวร์ : ซอฟต์แวร์ที่ใช้คือโปรแกรม Microsoft PowerPoint

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูล ในรูปแบบตัวหนังสือ หรือตัวอักษร รูปภาพ หรือ ภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ  โปรแกรม Microsoft PowerPoint และ โทรทัศน์ เทคโนโลยีที่ยกตัวอย่างมานี้สามารถเสนอข้อมูลแบบต่างๆได้อย่างพร้อมกันได้
 
 
 

edit @ 20 Aug 2011 17:23:22 by Gott

                      าษาC
 
                 
             ภาษาซี (C Language) เป็นภาษาหนึ่งสำหรับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์  
พัฒนาขึ้นโดยนายเดนนิส  ริทชี่ (Dennis Ritche)  ในปี ค.ศ. 1972  เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการยูนิกซ์
 
(Unix Operating System)
 

ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ Turbo  c/c++ Version 3.0

คอร์ปอเรชั่น (Borland Software Corporation)  ซึ่งเพรียบพร้อมไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ

มากมายอาทิเช่น โปรแกรมเรียบเรียงข้อความ  และโปรแกรมตรวจสอบและแปลคำสั่ง

Turbo  c/c++ Version 3.0 เป็นโปรแกรมเขียนภาษา C  โดยบอร์แลนด์  ซอฟต์แวร์ 
 
 
 
รายละเอียดของเมนูในภาษาซี
 

    

  

  

  

  

 
  
  
  
  
  
 
 
 
เมนูหลัก (Main Menu) ประกอบด้วย File Edit Search Run Compile Debug Project Option Window Help
File
เก็บรวมรวมคำสั่งเกี่ยวกับการเปิด-ปิดไฟล์ การบันทึกไฟล์ การออกจากโปรแกรม
Edit
การแก้ไขโปรแกรม การสำเนาหรือการย้ายข้อความที่ปรากฏบนเอดิเตอร์
Search
ค้นหาคำหรือข้อความที่เขียนในโปรแกรม ตลอดจนการแทนที่คำ
Run
รันโปรแกรมที่เขียนด้วยคำสั่งแบบต่าง ๆ
Compile
แปลข้อมูลของโปรแกรมที่เป็น Source file ให้เป็น Object File
Debug
ตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรม
Project
ใช้ในการระบุไฟล์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องนำมาใช้ในตัวโปรแกรมและ Project ที่ทำงานอยู่
Option
กำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ของคอมไพเลอร์เช้น Directories Compiler เป็นต้น
Window
จัดการเกี่ยวกับหน้าต่างที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
Help
ขอความช่วยเหลือหรือรายละเอียดเกี่ยวกับโปรแกรมในลักษณะต่าง ๆ

  

ตัวแปรในภาษาซี

 ตัวแปร (Variable) คือ การจองพื้นที่ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลที่ต้องใช้ในการทำงานของโปรแกรม  โดยมีการตั้งชื่อเรียกหน่วยความจำในตำแหน่งนั้นด้วย  เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้ข้อมูล  ถ้าจะใช้ข้อมูลใดก็ให้เรียกผ่านชื่อของตัวแปรที่เก็บเอาไว้

ชนิดของข้อมูล
       ภาษาซีเป็นอีกภาษาหนึ่งที่มีชนิดของข้อมูลให้ใช้งานหลายอย่างด้วยกัน  ซึ่งชนิดของข้อมูลแต่ละอย่างมีขนาดเนื้อที่ที่ใช้ในหน่วยความจำที่แตกต่างกัน  และเนื่องจากการที่มีขนาดที่แตกต่างกันไป  ดังนั้นในการเลือกใช้งานประเภทข้อมูลก็ควรจะคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้งานด้วย  สำหรับประเภทของข้อมูลมีดังนี้คือ

1.  ข้อมูลชนิด ตัวอักษร (Character) คือข้อมูลที่เป็นรหัสแทนตัวอักษรหรือค่าจำนวนเต็มได้แก่ ตัวอักษร ตัวเลข และกลุ่มตัวอักขระพิเศษใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล 1 ไบต์
2. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม (Integer)  คือข้อมูลที่เป็นเลขจำนวนเต็ม  ได้แก่ จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ศูนย์ ใช้พื้นที่ในการเก็บ 2 ไบต์
3. ข้อมูลชนิดจำนวนเต็มที่มีขนาด 2 เท่า (Long Integer) คือข้อมูลที่มีเลขเป็นจำนวนเต็ม  ใช้พื้นที่  4 ไบต์
4. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยม (Float)
คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ขนาด 4 ไบต์
5. ข้อมูลชนิดเลขทศนิยมอย่างละเอียด (Double) คือข้อมูลที่เป็นเลขทศนิยม ใช้พื้นที่ในการเก็บ 8 ไบต

ชนิด
ขนาดความกว้าง
ช่วงของค่า
การใช้งาน
Char
8 บิต
ASCII character (-128 ถึง 127) เก็บข้อมูลชนิดอักขระ
Unsignedchar
8 บิต
0-255 เก็บข้อมูลอักขระแบบไม่คิดเครื่องหมาย
Int
16 บิต
-32768 ถึง 32767 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม
long
32 บิต
-2147483648 ถึง 2147483649 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว
Float
32 บิต

3.4E-38 ถึง 3.4E+38 หรือ ทศนิยม 6

เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
Double
64 บิต
1.7E-308 ถึง 1.7E+308 หรือ ทศนิยม 12 เก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
Unsigned int
16 บิต
0 ถึง 65535 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม ไม่คิดเครื่องหมาย
Unsigned long
32 บิต
0 ถึง 4294967296 เก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็มแบบยาว ไม่คิดเครื่องหมาย

รูปแบบในการประกาศตัวแปรในภาษา C

     การสร้าวตัวแปรขึ้นมาใช้งานจะเรียกว่า  การประกาศตัวแปร (Variable Declaration) โดยเขียนคำสั่งให้ถูกต้องตามแบบการประกาศตัวแปร 

 แสดงดังนี้

type name;

type :  ชนิดของตัวแปร
name : ชื่อของตัวแปร  ซึ่งต้องตั้งให้ถูกต้องตามหลักของภาษา C

     การเขียนคำสั่งเพื่อประกาศตัวแปร  ส่วนใหญ่แล้วจะเขียนไว้ในส่วนหัวของโปรแกรมก่อนฟังก์ชัน main ซึ่งการเขียนไว้ใน

ตำแหน่งดังกล่าว  จะทำให้ตัวแปรเหล่านั้นสามารถเรียกใช้จากที่ใดก็ได้ในโปรแกรม  ดังตัวอย่าง
#include  
int num; สร้างตัวแปรชื่อ num เพื่อเก็บข้อมูลชนิดจำนวนเต็ม
float y; สร้างตัวแปรชื่อ y เพื่อเก็บข้อมูลชนิดเลขทศนิยม
char n; สร้างตัวแปรชื่อ n เพื่อเก็บข้อมูลชนิดตัวอักขระ
void main()  
{  
     printf("Enter number : ")  
     scanf("%d",&num);  
     printf("Enter name : ");  
     scanf("%f",&n);  
     printf("Thank you");  
}  

หลักการตั้งชื่อตัวแปร

     ในการประกาศสร้างตัวแปรต้องมีการกำหนดชื่อ ซึ่งชื่อนั้นไม่ใช่ว่าจะตั้งให้สื่อความหมายถึงข้อมูลที่เก็บอย่างเดียว 

โดยไม่คำนึงถึงอย่างอื่น   เนื่องจากภาษา C มีข้อกำหนดในการตั้งชื่อตัวแปรเอาไว้  แล้วถ้าตั้งชื่อผิดหลักการเหล่านี้ 
 
โปรแกรมจะไม่สามารถทำงานได้  หลักการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C แสดงไว้ดังนี้
 
1.

ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือเครื่องหมาย _(Underscore) เท่านั้น

2.
ภายในชื่อตัวแปรสามารถใช้ตัวอักษร A-Z หรือ a-z หรือตัวเลข0-9 หรือเครื่องหมาย _
3.
ภายในชื่อห้ามเว้นชื่องว่าง หรือใช้สัญลักษณ์นอกเหนือจากข้อ 2
4.
ตัวอักษรเลขหรือใหญ่มีความหมายแตกต่างกัน
5.
ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับคำสงวน (Reserved Word) ดังนี้

auto
default
float
register
struct
volatile
break
do
far
return
switch
while
case
double
goto
short
typedef
char
else
if
signed
union
const
enum
int
sizeof
unsigned
continue
extern
long
static
void
     

ตัวอย่างการตั้งชื่อตัวแปรในภาษา C ทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามหลักการ  แสดงดังนี้

bath_room ถูกต้อง
n-sync ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย - ปรากฎในชื่อ
108dots ผิดหลักการ เนื่องจากขึ้นต้นด้วยตัวเลข
Year# ผิดหลักการ เนื่องจากมีเครื่องหมาย # อยู่ในชื่อ
_good ถูกต้อง
goto ผิดหลักการ  เนื่องจากเป็นคำสงวน
work ถูกต้อง
break ผิดหลักการ  เนื่องจากเป็นคำสงวน

ตัวแปรสำหรับข้อความ

     ในภาษา C ไม่มีการกำหนดชนิดของตัวแปรสำหรับข้อความโดยตรง  แต่จะใช้การกำหนดชนิดของตัวแปรอักขระ (char)

ร่วมกับการกำหนดขนาดแทน  และจะเรียกตัวแปรสำหรับเก้บข้อความว่า  ตัวแปรสตริง (string) รูปแบบการประกาศตัวแปร
 
สตริงแสดงได้ดังนี้

char name[n] = "str";

name
ชื่อของตัวแปร
n
ขนาดของข้อความ หรือจำนวนอักขระในข้อความ
str
ข้อความเริ่มต้นที่จะกำหนดให้กับตัวแปรซึ่งต้องเขียนไว้ภายในเครื่องหมาย "  "

ตัวอย่างการประกาศตัวแปรสำหรับเก็บข้อความ  แสดงได้ดังนี้

char name[5] = "kwan" ; สร้างตัวแปร name สำหรับเก็บ ข้อความ kwan ซึ่งมี  4 ตัวอักษร ดังนั้น name ต้องมีขนาด 5
char year[5] = "2549"; สร้างตัวแปร year สำหรับเก็บ ข้อความ 2549 ซึ่งมี  4 ตัวอักษร ดังนั้น year ต้องมีขนาด 5
char product_id[4] = "A01"; สร้างตัวแปร product_id สำหรับเก็บ ข้อความ A01 ซึ่งมี  3 ตัวอักษร ดังนั้น product_id ต้องมีขนาด 4

เครื่องหมายและการดำเนินการในภาษา C

 การดำเนินการในการเขียนโปรแกรมภาษา C มีอยู่ 3 ประเภท  คือ  การคำนวณทางคณิตศาสตร์  การดำเนินการทาง

ตรรกศาสตร์  และการเปรียบเทียบ  ซึ่งการดำเนินการแต่ละประเภทจะมีเครื่องหมายที่ต้องใช้เพื่อเขียนคำสั่งสำหรับ
 
การดำเนินการประเภทนั้น ๆ ดังรายละเอียดเครื่องหมายการคำนวณทางคณิตศาสตร์

     เครื่องหมายที่ใช้สำหรับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ใช้ภาษา C  สรุปดังนี้

เครื่องหมาย
ความหมาย
ตัวอย่าง
+
บวก
3+2  การบวกเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 5
-
ลบ
3 - 2 การลบเลข 3 ลบกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 1
*
คูณ
2*3   การคูณเลข 3 บวกกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 6
/
หาร
15/2  การหาร 15 หารกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 7
%
หารเอาเศษ
15%2การหารเอาเศษ 15 หารกับ 2 ได้ผลลัพธ์คือ 1
++

เพิ่มค่าขึ้น 1 โดย
a++ จะนำค่าของ a ไปใช้ก่อนแล้วจึงเพิ่มค่าของ a ขึ้น 1


++a จะเพิ่มค่าของ a ขึ้น 1 ก่อนแล้วจึงนำค่าของ a ไปใช้

b=a++;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
b=a;
a=a+1;


b=++a;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
a=a+1;
b=a;
--
ลดค่า 1 โดย
a-- จะนำค่าของ a ไปใช้ก่อน แล้วจึงลดค่าของ a ลง 1


--a จะลดค่าของ a ลง 1 ก่อน แล้วจึงนำค่าของ a ไปใช้

b=a--;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
ิb=a;
a=a-1;

b=--a;
จะมีความหมายเทียบเท่ากับ 2 บรรทัดต่อไปนี้
a=a-1;
b=a;

ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ

     ใช้เปรียบเทียบค่า 2 ค่าเพื่อแสดงการเลือก ซึ่งโปรแกรมโดยทั่วไปใช้ในการทดสอบเงื่อนไขตามที่กำหนด
การเปรียบเทียบโดยการเท่ากันของ 2 ค่าจะใช้เครื่องหมาย ==

เครื่องหมาย
ความหมาย
ตัวอย่าง
>
มากกว่า
a > b   a มากกว่า b
>==
มากกว่าหรือเท่ากับ
a >= b a มากกว่าหรือเท่ากับ b
<
น้อยกว่า
a < b   a น้อยกว่า b
<==
น้อยกว่าหรือเท่ากับ
a <= b a น้อยกว่าหรือเท่ากับ b
==
เท่ากับ
a == b a เท่ากับ b
!=
ไม่เท่ากับ
a != b  a ไม่เท่ากับ b

ตัวดำเนินการตรรกะ

ความหมาย
การดำเนินการเปรียบเทียบค่าทางตรรกะ( และ หรือ ไม่)

เครื่องหมาย
ความหมาย
ตัวอย่าง
&&
และ
x < 60 && x > 50   กำหนดให้ x มีค่าในช่วง 50 ถึง 60
||
หรือ
x == 10 || x == 15     กำหนดให้ x มีค่าเท่ากับตัวเลข 2 ค่า คือ 10 หรือ 15
!
ไม่
x = 10  !x  กำหนดให้ x ไม่เท่ากับ 10

การเขียนนิพจน์ในภาษา C

     นิพจน์ในภาษา C ก็คือ การนำข้อมูลและตัวแปรในภาษา C มาดำเนินการด้วยเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์  ตรรกศาสตร์  หรือเครื่องหมายเปรียบเทียบในภาษา C เป็นตัวสั่งงาน 

 

ลำดับความสำคัญของเครื่องหมาย

 

          ส่วนใหญ่นิพจน์ที่เขียนขึ้นในโปรแกรมมักจะซับซ้อน  มีการดำเนินการหลายอย่างปะปนอยู่ภายในนิพจน์เดียวกัน 

ลำดับความสำคัญ
ลำดับความสำคัญจากสูงไปต่ำ
1
( )
2
!,++,- -
3
*,/,%
4
+,-
5
<,<=,>,>=
6
= =,!=
7
&&
8
||
9
*=,/=,%=,+=,-=

แสดงผลออกทางหน้าจอ

          การทำงานพื้นฐานที่สึดหรือเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของทุกโปรแกรมคือ  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพ 

 โดยในภาษา C  นั้น  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอสามารถทำได้ดังนี้

คำสั่ง printf

          คำสั่ง printf  ถือได้ว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่สุดในการแสดงผลข้อมูลทุกชนิดออกทางหน้าจอไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม int

 ทศนิยม float ข้อความ string  หรืออักขระ  นอกจากนี้คำสั่งยังมีความยืดหยุ่นสูง  โดยเราสามารถกำหนดหรือจัดรูปแบบการ
 
แสดงผลให้มีระเบียบหรือเหมาะสมตามความต้องการได้อีกด้วย 
รูปแบบคำสั่ง prinft

printf ("format",variable);

format
     ข้อมูลที่ต้องการแสดงผลออกทางหน้าจอ  โดยข้อมูลนี้ต้องเขียนไว้ในเครื่องหมาย "  "  ข้อมูลที่สามารถแสดงผลได้มีอยู่ 2 ประเภท คือ  ข้อความธรรมดา  และค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร  ซึ่งถ้าเป็นค่าที่เก็บไว้ในตัวแปรต้องใส่รหัสควบคุมรูปแบบให้ตรงกับชนิดของข้อมูลที่เก็บไว้ในตัวแปรนั้นด้วย
variable
     ตัวแปรหรือนิพจน์ที่ต้องการนำค่าไปแสดงผลให้ตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้

 

รหัสควบคุมรูปแบบการแสดงผลค่าของตัวแปรออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้

รหัสควบคุมรูปแบบ
การนำไปใช้งาน
%d
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม
%u
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็มบวก
%f
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนทศนิยม
%c
แสดงผลอักขระ 1 ตัว
%s
แสดงผลข้อความ หรืออักขระมากกว่า 1 ตัว

 

           ส่วนตัวอย่างการใช้คำสั่ง  printf  แสดงผลจากค่าของตัวแปรหรือนิพจน์ การคำนวณออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้ 
โดยกำหนดให้   ตัวแปร  x  เก็บจำนวนเต็ม  45

printf("total value = %d",x);   แสดงข้อความ total value = 45 ออกทางจอภาพ

 

แสดงผลให้เป็นระเบียบด้วยอักขระควบคุมการแสดงผล

          นอกจากนี้เรายังสามารถจัดรูปแบบการแสดงผลให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น  อย่างเช่นขึ้นบรรทัดใหม่  หลังแสดงข้อความ 

หรือเว้นระยะแท็บระหว่างข้อความ  โดยใช้อักขระควบคุมการแสดงผลร่วมกับคำสั่ง printf
อักขระควบคุมการแสดงผล
ความหมาย
\n
ขึ้นบรรทัดใหม่
\t
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 แท็บ (6 ตัวอักษร)
\r
กำหนดให้เคอร์เซอร์ไปอยู่ต้นบรรทัด
\f
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 หน้าจอ
\b
ลบอักขระสุดท้ายออก 1 ตัว

          การนำอักขระควบคุมการแสดงผลมาใช้  เราต้องเขียนอักขระควบคุมการแสดงผลไว้ภายในเครื่องหมาย "  "  ดังตัวอย่าง

printf("Hello ... \n"); แสดงข้อความ Hello ...  แล้วขึ้นบรรทัดใหม่
printf("Hello...\nLampang\n"); แสดงข้อความ Hello ...แล้วขึ้นบรรทัดใหม่พร้อมกับแสดงข้อความLampang จากนั้นขึ้นบรรทัดใหม่อีกครั้ง
printf("Num1 = %d\tNum2 = %f\n",x,z); แสดงข้อความ Num1 = 45  ตามด้วยการเว้นช่องว่าง 1 แท็บแล้วต่อด้วยข้อความ Num2 = 20.153

 

คำสั่งรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

          การทำงานของโปรแกรมส่วนใหญ่มักจะเป้นการเชื่อมโยงกับผู้ใช้แบบ  2  ทิศทาง  คือ  ทั้งภาคของการแสดงผลการ

ทำงานออกทางหน้าจอ  และภาคของการรับข้อมูลจากผู้ใช้เข้ามาทางคีย์บอร์ด  เพื่อร่วมในการประมวลผลของโปรแกรม 

คำสั่ง  scanf()

          ในภาษา C  การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ดสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ฟังก์ชัน  scanf()  ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับ

รับข้อมูลจากคีย์บอร์ด  โดยสามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท  ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม  ทศนิยม  อักขระ หรือข้อความ 

รูปแบบคำสั่ง  scanf()

scanf("format",&variable);

format
     การใช้รหัสควบคุมรูปแบบ  เพื่อกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะรับเข้ามาจากคีย์บอร์ด โดยรหัสควบคุมรูปแบบใช้ชุดเดียวกับคำสั่ง printf()
variable
     ตัวแปรที่จะใช้เก็บค่าข้อมูลที่รับเข้ามาจากคีย์บอร์ด  โดยชนิดของตัวแปรจะต้องตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้  นอกจากนี้หน้าชื่อของตัวแปรจะต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย  &  ยกเว้นตัวแปรสตริง  สำหรับเก็บข้อความเท่านั้นที่ไม่ต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย &

 

edit @ 11 Jul 2011 20:41:05 by Gott

edit @ 11 Jul 2011 20:43:35 by Gott

edit @ 11 Jul 2011 20:46:42 by Gott


Free Mouse Cursors Code Free Mouse Cursors Code